สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ได้เริ่มการสอบสวนในกรณีการปะทะกันของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนักที่พบกับลีลล์ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการแล้ว
ซึ่งจากภาพที่ปรากฏเห็นว่าแฟนแมนฯ ยูไนเต็ด จำนวนหนึ่งถูกเบียดเสียดเข้ากับรั้วกั้นคนดูที่สูง 10 ฟุตและมีอย่างน้อย 2 คนที่ถูกยกตัวให้พ้นจากการถูกเบียดได้ หลังจากนั้นตำรวจที่เข้าระงับเหตุก็ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปในฝูงชนรวมทั้งยังตีพวกแฟนๆ ที่พยายามปีนข้ามรั้วเข้ามาด้วยกระบอง
และตอนนี้ยูฟ่ากำลังอยู่ในช่วงการสืบสวนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากการที่ทีมเจ้าบ้านฝ่าฝืนกฎระเบียบการรักษาความปลอดภัยของยูฟ่าหรือไม่ รวมทั้งจะทำการสืบสวนถึงการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของแฟนบอลทั้งสองทีมด้วย
แฟนบอลคนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์จะออกนามที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า
“ผมต้องขนลุกกับการกระทำของตำรวจฝรั่งเศสตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเดินทางไปถึง ผมแทบไม่เชื่อเลยกับสภาพสนาม มันเหมือนเราย้อนกลับไปในยุคสมัยก่อน เราถูกกั้นไว้ด้วยรั้วซึ่งนั่นก็แย่มากอยู่แล้ว อีกทั้งตำรวจก็ปฏิบัติต่อเราเหมือนคนป่า เรากลายเป็นเป้าสายตาของแฟนทีมลีลล์”
“ตลอดทั้งเกมมีทั้งเหรียญที่ถูกขว้างและพลุที่ถูกจุดออกไปตลอดเวลา แต่ตำรวจก็ยังไม่ทำอะไร ยูฟ่าจะต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย”
แฟนบอลอีกคนหนึ่ง มาร์ค แฮร์ริสัน วัย 27 ปีจากเชสเชียร์ อังกฤษได้ให้สัมภาษณ์ว่า
“ผมคิดว่าคนอาจจะกลัวว่ามันจะเหมือนกับเหตุการณ์ที่ฮิลล์สโบโร่ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มปีนรั้วเพื่อพาตัวเองออกจากสแตนด์ที่แออัดให้ได้”
“ปฏิกิริยาของตำรวจต่อเราก็คือพวกเขาเริ่มพ่นสเปรย์ใส่เรา น้ำตาผมไหลและแทบหายใจไม่ออก”
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ผู้รักษาประตูแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่โดนฤทธิ์ของแก๊สน้ำตาที่ลอยมาทางเขา
เคน แรมสเดน เลขาของสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวว่าสโมสรจะเข้าพบยูฟ่าเพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
Opal